วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บ่อ mio (โครงสร้าง)

สวัสดีอีกครั้งครับเพื่อนๆ
วันนี้เรามาคุยกันเรื่องโครงสร้างของบ่อผม (mio) กันต่อครับ
กว่าจะได้บ่อปลา ขนาด 70 ตัน หน้าตาแบบนี้
มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ติดตามชมกันนะครับ
กลับมาดูที่แบบบ่อกันก่อนนะครับ
บ่อนี้มีรูปทรงธรรมดา มาตรฐานแบบบ้านๆครับ
ระบบกรองในสมัยที่ผมออกแบบนั้น
ตัวผมเองยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง วอล์เทค และมูฟวิ่งเบด
จึงเลือกทำบ่อแบบเก่าไปก่อน....ชัวร์ดีครับ
.....
กว่าจะได้แบบบ่อนี้ ผมต้องออกแบบบ่อในกระดาษ A4
มาอย่างน้อย 2 แบบ พร้อมทั้งส่งเมลว์ไปปรึกษา ดร.บรรเจิด หลายรอบ
ไม่รู้อาจารย์ยังพอจำได้ไหม อิอิอิ
คิดแล้วคิดอีก แก้แล้วแก้อีก จนพี่โป้ง(นายจริงใจ)
ทำบ่อ 100 ตันเสร็จแล้ว ผมยังไม่ OK กับแบบเลย เหอะๆ
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุป เป็นบ่อกรอง แบบUp Down Forward
มีชุดกรองทั้งหมด 3 ชุด และช่องตกตะกอน 2 ช่อง ช่องปั้มน้ำ 1 ช่อง
....
จากนั้นผมจึงไปปรึกษากับรุ่นพี่ที่เรียน MBA มาด้วยกัน
ขอให้พี่เค้าช่วยรับงานทำบ่อให้ผมหน่อย
ผมบอกพี่เค้าว่า "นี่คือของรักของผม"
พี่เค้าจบ ป.โท ด้านวิศวกรรมมาแล้ว 1 ใบ และรับเหมาก่อสร้างอยู่แล้ว
ประสบการณ์ของทีมช่าง กว่า 20 ปี
จนลูกสาวของหัวหน้าช่างเป็นหมออยู่ที่ USA ไปแล้ว
(ตรงนี้ผมขอพูดถึงหน่อยเพราะผมปลื้มแทนหัวหน้าช่างท่านนี้)
....
เอาแหละเข้าเรื่องดีกว่า อิอิ
เมื่อได้ผู้รับเหมา และทำสัญญาจ้างงานกันแล้วก็ลงมือขุดกันเลย
เนื่องจากบ่ออยู่หลังบ้านผมจึงไม่สามารถนำรกเข้ามาขุดได้
จึงต้องใช้แรงงานคนในการขุด โดยขุดอยู่ 1 สัปดาห์
จนได้ระดับความลึกที่ต้องการ จากนั้นก็ปรับพื้นให้เรียบ
รองพื้นด้วยทรายหนาประมาณ 5 cm แล้วเตรียมไม้แบบ
เพื่อเตรียมสำหรับการเทลีน
เทลีน หนาประมาณ 5 cm ปรับผิวงานให้เรียบ รอให้แห้ง 1 วัน

วันต่อมาทีมช่างเริ่มถักเหล็กกันแล้วครับ
อากาศร้อนมากๆครับ จำได้ว่า 40 องศา
เห็นใจช่างมากครับ ผมก็ทำได้แค่เลี้ยงน้ำเย็นๆ เท่านั้นเองครับ
สังเกตลักษณะการถักเหล็ก ระหว่างเหล็กที่เป็นโครงสร้างของพื้น
และเหล็กที่เป็นโครงสร้างของผนัง นะครับ
พี่เค้าบอกว่า...เนื่องจากบ่อของผมไม่มีการเจาะเสาเข็มเลย
พี่เค้าจึงเลือกทำบ่อในลักษณะที่ใช้ตัวบ่อเป็นฐานราก
โครงสร้างบ่อจึงดัดแปลงการทำฐานตอมอมาอีกที
เพื่อความแข็งแรงของโครงสร้าง พี่เค้าจึงใช้เหล็ก 6 mm ถัก 2 ชั้น
เพราะบ่อปลาจะรั่วซึมไม่ได้เลย...พี่เค้าบอกผมอย่างนั้นครับ
ระหว่างเหล็กรองด้วยก้อนปูน
ซึ่งเพื่อนๆสามารถใช้อิฐมอลแทนก็ได้นะครับ
ก้อนปูนทำหน้าที่หนุนโครงเหล็กให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
อยู่กึ่งกลางระหว่างเนื้อคอนกรีต
อย่าลืมล้างทำความสะอาด ไม่ให้มีเศษดิน
ก่อนเทคอนกรีตนะครับ
ล้างงานซะก่อนเทคอนกรีตนะครับ
จากนั้นเราจึงเริ่มเทคอนกรีตได้ครับ
ช่างเค้าใช้เครื่องจี้คอนกรีตมาช่วยให้เนื้อคอนกรีตแนน
ไม่มีฟองอากาศแทรกอยู่ในเนื้อคอนกรีตครับ
รอให้แห้งอีก 1 - 2 วัน จากนั้นช่างเริ่มก่ออิฐบล๊อก
เพื่อใช้เป็นแบบในการเทผนังบ่อ
โดยแนวของอิฐบล็อกจะอยู่บนฐานที่เราเทเมื่อวันก่อน

จากนั้นก็ล้างทำความสะอาดครับ
สังเกตแนวอิฐบล๊อกที่ช่างก่อขึ้นมาสิครับ
อยู่บนฐานที่เราเทพื้นไปเมื่อวันก่อน
ห่างจากขอบประมาณ 10 cm
ดูกันชัดๆ อีกทีครับ
ที่มุมของแนวอิฐบล๊อกช่างได้เสริมเหล็กเข้าไปด้วย
เพื่อความแข็งแรงของแบบครับ
เริ่มถัดเห็ลกผนังบ่อแล้วครับ
ที่มุมด้านในของโครงเห็ลกก็มีการใส่เหล็กตัว L
เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับผนังบ่อ
เหล็กเราถักกัน 2 ชั้นครับ
แล้วติดก้อนปูนให้เรียบร้อยตามรูปครับ
เตรียมไม้แบบด้านใน ต้องแข็งแรงนะครับ
ป้องกันปัญหาเรื่องแบบแตกเวลาเทคอนกรีตครับ
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็เริ่มเทคอนกรีตได้ครับ
อย่าลืมใช้เครื่องจี้ปูนด้วยนะครับ
ตรงนี้มีเทคนิคมาบอกครับว่า เราจะจี้ปูนในลักษณะแนวดิ่ง
ไม่จี้แบบเฉียง หรือทะแยงมุม
ก่อนเทผนังด้านที่เรากำหนดให้เป็นบ่อกรอง
ช่างจะเจาะแบบเพื่อเสียบเหล็ก
เพื่อไว้สำหรับยึดโครงสร้างบ่อกรองให้ติดกับโครงสร้างผนังบ่อ
เทคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนั้นเราจะต้องคอยพรมน้ำ เช้า เย็น
เพื่อเป็นการบ่มปูนนั่นเองครับ
ดูรายละเอียดเรื่องการบ่มปูนได้ที่
รดน้ำที่ตัวแบบด้านนนอกดินจะอุ้มน้ำเป็นตัวกักความชื้นที่ดีครับ
ขังน้ำไว้อย่างนี้ครับ
เมื่อแกะแบบออกเราก็ลองเติมน้ำลงไป
เพื่อดูว่ามีการรั่วซึม นะหว่างพื้นและผนัง หรือไม่
เหล็กที่ช่างเสียบไว้สำหรับยึดผนังช่องกรอง
ปรับแต่งขอบบ่อให้เรียบร้อยครับ
บ่อผมมีหลังคาด้วย
ซึ่งโครงสร้างหลังคายึดติดกับโครงสร้างบ่อครับ
ก่อบ่อกรอง
เดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังกันต่อใน บ่อ mio (บ่อกรอง)
โปรดติดตามเรื่องต่อไป...ตอนนี้ขอข้ามเรื่องบ่อกรองไปก่อนนะครับ
แต่งขอบทั้งสี่ให้โค้งมน เพื่อไม่ให้เกิดจุดอับของกระแสน้ำ
งานฉาบ
ตรงนี้เราควรวางแผนว่าเราจะทาสีเคลือบบ่อหรือไม่ สีที่ใช้คือสีอะไร
ถ้าเป็นฟิลโค๊ตผิวงานต้องขัดหยาบเพื่อให้เนื้อสียึดเกาะได้ดีครับ
จากนั้นก็วางแผนเรื่องการเติมน้ำเข้าบ่อให้เรียบร้อยครับ
จะเติมน้ำในบ่อกรอง หรือบ่อเลี้ยง เลือกเอาตามใจชอบครับ
สำหรับบ่อผม...เนื่องจากอยู่หลังเขา หาซื้อสีอย่างอื่นยาก
ก็เลยเลือกฟิลโค๊ทครับ
ลายระเอียดข้างกระป๋องครับ
สีชนิดนี้ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายครับ
ผมให้พนักงานที่บริษัทฯ มาทำงานพิเศษ "มาทาสีกันในวันหยุด"
ทาสีกัน 3 รอบ จากนั้นทิ้งให้สีแห้งประมาณ 7 วัน
ดูกันอีกมุมครับ
ล้างทำความสะอาดก่อนเติมน้ำเข้าระบบครับ
ลองเดินระบบครับ
ตรงนี้อาจมีการปรับปรุงที่หน้างานอีกพอสมควรครับ
เดี๋ยววันหน้าผมจะมาเล่าเรื่องบ่อ mio ต่อครับ
สำหรับวันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ครับเพื่อนๆ สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บ่อ mio (แบบบ่อ)

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมทำการบ้านมาส่ง ดร.บรรเจิดครับ
ตามที่ผมเคยสัญญาไว้กับอาจารย์
เสียเวลาหลายวันกับโรคผัด แล้วผัดอีก อิอิอิ
วันนี้ตั้งใจทำแบบบ่อที่บ้านมาให้ดูกันก่อนนะครับ ภาพแรกเป็นแบบโครงสร้างของบ่อครับ
บ่อของผมมีขนาดคราวๆ กว้าง 5 ยาว 7 เมตร
โดยบ่อกรองมีขนาด 1 X 7 เมตร
ระบบกรองของบ่อผมเป็นแบบ
Up down forward หรือ ระบบน้ำมุดน้ำรอดครับ
แบ่งการทำงานของกรองเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
.....
กรองกายภาพ Mechanical filter
โดยผมกำหนดให้กรองช่องแรกทำหน้าที่
เป็นการกรองเศษอาหาร และขี้ปลา
โดยผมเลือกใช้พู่กรองยาว จำนวน 40 อัน
เรียง 4 แถว แถวละ 10 อัน เพื่อให้ตะกอนหนัก
ตกตะกอนอยู่ในช่องนี้ให้มากที่สุด
จากนั้นน้ำที่ผ่านกรองช่องแรกก็จะเข้าไปยังกรองช่องที่ 2 ซึ่งเป็น
.....
กรองชีวภาพ Bio filter
จากแบบจะเห็นว่าบ่อกรองของผม
มีระบบกรองชีวภาพเป็นส่วนใหญ่ หรือประมาณ 80% ของระบบกรอง
ทั้งนี้ เพราะผมหวังอยากให้น้ำในระบบได้รับการบำบัดให้มากที่สุด
เพื่อสุขภาพของปลาที่รักครับ
.....
ในระบบกรองชีวภาพนั้นผมเลือกมีเดียต่างชนิดกัน
กล่าวคือมีทั้ง Moving bed ผมใช้ KK-1 เป็นมีเดีย
ดูรายละเอียดการทำงานของระบบนี้ได้ที่
และ Fix bed ผมใช้ JFM และ Bio ball เป็นมีเดีย
จากนั้นน้ำจะต้องผ่าน Protin skimmer ซึ่งมีด้วยกัน 4 ชุด
ดูรายละเอียดได้ที่
จากนั้นที่กรองช่องสุดท้ายน้ำจะถูกแยก 2 ส่วน
ส่วนนึ่งกลับเข้าบ่อเลี้ยง และอีกส่วนจะถูกสูบขึ้น Bakki shower
หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ดูคลิบวีดีโอบักกิ เชาเวอร์
เอาหละครับ...เรามาดูการวางท่อสะดือบ่อ
และท่อลมของบ่อผมกันดีกว่าครับ
สำหรับบ่อของผมนั้นมีสะดือบ่อทั้งหมด 3 สะดือ
และผมได้ออกแบบให้ติดจานอ๊อกซิเจนบริเวณสะดือบ่อ
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกระแสน้ำวนลักษณะโดม
ช่วยกวาดตะกอนมา ณ ตำแหน่งสะดือบ่อ
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสะดือบ่อให้ดียิ่งขึ้น
อีกทั้งเป็นการเติมอ๊อกซิเจนโดยตรงให้กับระบบ
จานอ๊อกซิเจนจะทำหน้าที่แทนตะแกรงสะดือบ่อไปในตัว
อย่างนี้ได้ประโยชน์ หลายประการครับ อิอิ
....
การทำสะดือบ่อติดจานอ๊อกฯ
อาจมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยครับ
ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังกันทีหลังนะครับ
.....
นอกจากนั้นเราควรมีการวางแผน
ในการเติ่มอ๊อกฯลงไปในช่องกรองตำแหน่งใดบ้าง
.....
สุดท้ายมาที่การวางท่อสะดือบ่อกรอง
ในขณะนั้นผมยังไม่เข้าใจประโยชน์ของ"บ่อเกลอะ"
ผมจึงไม่ได้ทำครับ....อันนี้ถ้าเพื่อนๆทำบ่อใหม่
ผมแนะนำให้มีบ่อเกลอะไว้ด้วยนะครับ
เพราะง่ายต่อการล้างกรองครับ
สำหรับอุปกรณ์เสริมสำหรับการจัดการคุณภาพน้ำของบ่อผม
มี "บักกิ" และ "สกิมเมอร์" เป้าหมายเพื่อลดมลพิษในน้ำ
ให้มากที่สุดเท่าที่จำทำได้
.....
นอกจากนั้นเพื่อเป็นการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ผมติดปั้มน้ำ 2 ตัว ตัวนึ่งไว้สำหรับรดต้นไม้ในสวน
และอีกตัวใช้สูบน้ำขึ้นมาล้างรถ ล้างพื้นทั่วไป
ซึ่งผมรดน้ำต้นไม้ทุกเย็น และล้างรถ ล้างพื้นทุกวันเสาร์
การทำอย่างนี้เป็นการทำให้มลพิษในน้ำเจือจางลงได้ครับ
เอาหละครับเรามาดูวัสดุกรองที่ผมเลือกใช้กันอีกครั้งนะครับ
จะเห็นว่าทั้งหมดเป็นวัสดุสังเคราะห์ไม่มีผลต่อความกระด้างของน้ำเลย
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด "ชิมิ" หรือจุดดำบนพื้นแดง ของปลาครับ
สุดท้ายสำหรับค่ำคืนนี้ก็คือแบบของสะดือบ่อติดจานอ๊อกฯครับ
เอาหละครับ....ง่วงแล้ว + ผบ. สั่งให้เข้านอน ผมขอจบแค่นี้นะครับ
.....
ปล.เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาอ่านและแก้คำผิดอีกทีนะครับ
ขออภัยถ้าผมพิมพ์ผิด คิดซะว่า ขำขำนะครับ อิอิอิ
หลับฝันดีครับ

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หลบร้อนมาดูสีเขียวสบายตา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงที่ผ่านมาอากาศค่อนข้างร้อน
ยังไงก็ดูแลน้องปลาที่บ้านด้วยนะครับ
เพราะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ตะไคร่ในบ่อจะตาย
ประกอบกับอากาศร้อนทำให้อุณหภูมิน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ปริมาณอ๊อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำจะลดลง
ทำให้ปลาเครียดได้ง่าย อาจจะป่วยได้ครับ
สรุปรวมๆ คือ ควรเพิ่มอ๊อกซิเจน และดูแลปลาให้มากขึ้น
.....
เอาแหละครับ อากาศร้อน ใจอย่าร้อนตามอากาศนะครับ
พวกเรามาจัดการความเครียดของเรากันดีกว่าครับ
สิ่งที่ดีที่สุดคือการพักผ่อนเพื่อผ่อนคลาย
.....
ดูน้องหมาของพี่แดงสิครับ ดูมีความสุขทั้งๆที่มันก็ขนยาว
เหมือนคนใส่เสื้อผ้าหนาๆ แต่ผมดูแล้วเข้าใจว่ามันกำลังยิ้มให้ผมอยู่นะครับ อิอิ
คงเพราะเจ้านายรักมัน และมันก็รักเจ้านาย
อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวๆ ดูแล้วเย็นตา
บ้านพี่แดงค่อนข้างชุ่มชื้นเย็นสบาย
ดูสิครับมอสขึ้นเต็มไปหมด







ผมไปบ้านพี่แดงเห็นแบบนี้ก็เย็นตาสบายใจขึ้นเยอะ
ในใจก็คิดว่าพี่แดงคงหมดค่าน้ำไปหลายตังค์แน่ๆ
ก็เลยเสนอแนะพี่แดงว่าจะดีไหมครับ
พี่ถ้าเราสูบน้ำจากบ่อปลาคาร์ฟมารดต้นไม้
แทนการใช้น้ำประปา....
เพราะน้ำที่ได้จากบ่อปลาคาร์ฟจะมีไนเตรท ไนไตร ซื่งเป็นปุ๋ยของพืช
ดังนั้นการใช้น้ำจากบ่อปลามารดต้นไม้
จึงเป็นการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จากครั้งนั้นที่ผมได้คุยกับพี่แดงไป
วันนี้ผมมีโอกาสได้แวะไปบ้านพี่ท่านนี้อีกครั้ง
ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
.....
กล่าวคือ ปลาคาร์ฟที่เลี้ยงในบ่อดูโต และมีสุขภาพดีกว่าครั้งก่อน
คงเพราะได้รับน้ำเลี้ยงที่มีคุณภาพดี....ตรงนี้ผมขอเสริม
เรื่องประโยชน์ของการเปลี่ยนถ่ายน้ำ มาให้เพื่อนๆ
แวะไปอ่านดูนะครับ
นอกจากนั้นผมยังสังเกตุว่าต้นไม้สมบูรณ์ขึ้น
ก็เลยถามพี่แดงว่า พี่ใช้สารเคมีกับต้นไม้หรือป่าวครับ
พี่แดงให้คำตอบว่า ก็ยังใช้อยู่
แต่ไม่มากเพราะพี่เชื่อว่าในน้ำที่รดก็มีปุ๋ยผสมอยู่
สรุปว่าลดค่าใช้จ่ายลด ค่าน้ำ ค่าปุ๋ย
มีประโยชน์เพิ่มขึ้น คือ ปลาดี ต้นไม้ดี
เจ้าของบ้านปลอดภัยจากได้รับสารเคมีสะสม
ผมเห็นแล้วก็สุขใจครับ
สัปปะรดสีนาๆพันธุ์....กิจกรรมยามว่างของเจ้าของบ้าน
เค้าจะมานั้งแยกเป็นกระถาง เพลินไปอีกแบบครับ
ภาพรากของต้นเฟริ์น
จุดเริ่มต้นเพียงเล็กๆ ซึ่งมันจะพัฒนาเป็นพุ่มไม้ใหญ่ที่สวยงาม
หากแต่มันต้องได้รับการดูแลด้วยความรัก
นี่ครับมาดูน้องปลา สุขภาพดี พวกนี้เป็นปลาราคาไม่แพงประมาณพันกว่าบาท
แต่เจ้าของก็รักและเลี้ยงพวกมันอย่างมีความสุข น้ำใส่ดีไหมครับ

มอสที่ขึ้นรอบๆบ่อปลาดูแล้วเป็นธรรมชาติมากๆครับ
และนี้ก็น้ำผุดจำลอง ดูแล้วผ่อนคลายไปได้เยอะ
ถึงอากาศจะร้อน 40 องศา แต่เราก็ยังนั้งดูปลาคุยกัน
และหัวเราะกันอย่างมีความสุขอย่างที่นี่ครับ
ผมหวังเล็กๆว่า เพื่อนๆจะได้รับความสุขจากการแวะอ่านบล็อกเรื่องนี้นะครับ
แล้วพบกันใหม่ครับ....สวัสดีครับ